
สินค้าของเรา
เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ชนิดความเร็วสูง ยี่ห้อ Philips รุ่น CT Simulator Brilliance Big Bore DS 16 slice
Philips Brilliance Big Bore 16-Slice: เครื่อง CT Simulator มาตรฐานโลก
เพื่อความแม่นยำสูงสุดในการวางแผนรังสีรักษา
ในกระบวนการวางแผนรังสีรักษา (Radiotherapy Planning) ความแม่นยำคือสิ่งสำคัญที่สุด Philips Brilliance Big Bore ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้ด้วยอุโมงค์ขนาดใหญ่ถึง 85 ซม. ช่วยให้ทีมแพทย์สามารถจัดท่าคนไข้พร้อมอุปกรณ์ประคองตัวได้อย่างอิสระ ผสานกับเทคโนโลยีภาพ 16 Slice ที่คมชัด ช่วยให้การกำหนดขอบเขตของก้อนเนื้อ (Tumor Contouring) ทำได้อย่างแม่นยำ ลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อปกติรอบข้าง
- 85 cm Big Bore Aperture: อุโมงค์กว้างพิเศษ 85 ซม. รองรับอุปกรณ์จัดท่า (Breast boards, Wing boards) และคนไข้ที่มีรูปร่างใหญ่ได้อย่างดีเยี่ยม
- Large Scan Field-of-View (60 cm): ให้ภาพที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่าเครื่อง CT ทั่วไป ช่วยให้เห็นโครงสร้างร่างกายคนไข้ได้ครบถ้วนในท่าตรวจที่ซับซ้อน
- 4D CT / Respiratory Gating: เทคโนโลยีจับภาพตามจังหวะการหายใจ ช่วยลดภาพเบลอจากอวัยวะที่เคลื่อนที่ (เช่น ปอด, ตับ) เพิ่มความแม่นยำในการระบุพิกัดก้อนเนื้อ
- O-MAR (Metal Artifact Reduction): ซอฟต์แวร์ลดสัญญาณรบกวนจากโลหะ (เช่น ข้อสะโพกเทียม) ช่วยให้ภาพวินิจฉัยใสเคลียร์และคำนวณโดสรังสีได้แม่นยำ
- iDose⁴: เทคโนโลยีการสร้างภาพอัจฉริยะที่ช่วยลดปริมาณรังสี (Dose) แต่ยังคงคุณภาพภาพที่ยอดเยี่ยมตามมาตรฐาน Philips
วิสัยทัศน์ที่กว้างกว่า เพื่อการรักษาที่ตรงจุด
Features
| จำนวน Slice | 16 Slices per rotation |
| ขนาดอุโมงค์ (Bore Size) | 85 cm (Industry Leading) |
| พื้นที่การสแกน (True Scan FOV) | 60 cm |
| ความละเอียดภาพ | 0.625 mm (Isotropic resolution) |
| หลอดเอกซเรย์ (X-ray Tube) | MRC Ice Tube (ความจุความร้อนสูง ระบายความร้อนดีเยี่ยม) |
| ซอฟต์แวร์พิเศษ | 4D CT, O-MAR, iDose⁴, Pulmonary Toolkit |
| ความเร็วในการหมุน | 0.5 วินาทีต่อรอบ |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. ประสิทธิภาพและเทคนิค (Technical Performance)
Q: ทำไมอุโมงค์ขนาด 85 ซม. ถึงจำเป็นสำหรับเครื่อง CT Simulator?
A: เพราะในงานรังสีรักษา เราต้องจัดท่าคนไข้ให้อยู่ในท่าเดียวกับตอนฉายรังสีจริงครับ ซึ่งมักต้องใช้บอร์ดรองแขนหรือหน้ากากล็อคตัวที่กว้างกว่าตัวคนไข้ อุโมงค์มาตรฐาน 70 ซม. จึงไม่เพียงพอ แต่รุ่น Big Bore 85 ซม. ช่วยให้จัดท่าได้อย่างอิสระโดยที่อุปกรณ์ไม่ชนขอบอุโมงค์ครับ
Q: เทคโนโลยี 4D CT ใน Philips Big Bore ช่วยเรื่องอะไร?
A: ช่วยจัดการเรื่อง "การเคลื่อนที่ตามจังหวะการหายใจ" ครับ เช่น มะเร็งปอดก้อนเนื้อจะขยับขึ้นลงตามการหายใจ ระบบ 4D จะเก็บข้อมูลเป็นชุดวิดีโอ ช่วยให้แพทย์กำหนดขอบเขตการฉายแสงที่ครอบคลุมก้อนเนื้อในทุกช่วงการหายใจครับ
____________________________________________
2. การใช้งานทางคลินิก (Clinical Applications)
Q: Philips Brilliance Big Bore เหมาะกับงานแผนกใดมากที่สุด?
A: โดดเด่นที่สุดในแผนก รังสีรักษา (Radiation Oncology) เพื่อใช้ทำ CT Simulation นอกจากนี้ยังใช้งานในแผนก ฉุกเฉิน (Trauma) ได้ดีมากเพราะอุโมงค์ที่กว้างช่วยให้สแกนคนไข้พร้อมอุปกรณ์กู้ชีพหรือเฝือกขนาดใหญ่ได้ง่ายครับ
Q: ระบบ O-MAR ช่วยแพทย์รังสีรักษาได้อย่างไร?
A: ช่วยลดเงาดำหรือแสงฟุ้งที่เกิดจากโลหะในตัวคนไข้ครับ ซึ่งเงานี้มักทำให้การคำนวณการกระจายของรังสีผิดพลาด ระบบ O-MAR จะช่วยให้ภาพชัดขึ้น ทำให้การวางแผนรักษา (Treatment Planning) ปลอดภัยและแม่นยำขึ้นครับ
____________________________________________
3. การบำรุงรักษาและความคุ้มค่า (Maintenance & Value)
Q: ในแง่การลงทุน ทำไมรุ่น Big Bore ถึงถือเป็นรุ่นที่คุ้มค่าในระยะยาว?
A: เพราะหลอดเอกซเรย์ตระกูล MRC ของ Philips ขึ้นชื่อเรื่องความถึกทนและระบายความร้อนไวครับ ทำให้รองรับเคสหนักๆ ได้ต่อเนื่อง Downtime ต่ำ และเครื่องรุ่นนี้เป็นมาตรฐานทองคำที่โรงพยาบาลส่วนใหญ่ยอมรับ ทำให้หาอะไหล่และวิศวกรดูแลได้ง่ายครับ
Q: การดูแลรักษาเบื้องต้นที่สำคัญคืออะไร?
A: คือการดูแลความสะอาดในส่วนของ Gantry และเช็คระบบ Laser Positioning (เลเซอร์จัดท่า) ให้ตรงเป๊ะเสมอครับ ทีมวิศวกรของ Thai Medicals Trading มีบริการ Calibration ระบบเลเซอร์และทำ PM ประจำปีเพื่อให้เครื่อง Simulator ของคุณแม่นยำที่สุดครับ
____________________________________________
สำหรับศูนย์รังสีที่ต้องการความละเอียดภาพระดับ High Definition พร้อมเทคโนโลยี Gemstone Detector แนะนำให้เปรียบเทียบกับรุ่น GE Discovery 750HD
