first-aid-kit7787363
สินค้าของเรา
01
คลิกเพื่อติดต่อ

Philips Brilliance Big Bore 16-Slice: เครื่อง CT Simulator มาตรฐานโลก

เพื่อความแม่นยำสูงสุดในการวางแผนรังสีรักษา

ในกระบวนการวางแผนรังสีรักษา (Radiotherapy Planning) ความแม่นยำคือสิ่งสำคัญที่สุด Philips Brilliance Big Bore ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์นี้ด้วยอุโมงค์ขนาดใหญ่ถึง 85 ซม. ช่วยให้ทีมแพทย์สามารถจัดท่าคนไข้พร้อมอุปกรณ์ประคองตัวได้อย่างอิสระ ผสานกับเทคโนโลยีภาพ 16 Slice ที่คมชัด ช่วยให้การกำหนดขอบเขตของก้อนเนื้อ (Tumor Contouring) ทำได้อย่างแม่นยำ ลดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อปกติรอบข้าง

  • 85 cm Big Bore Aperture: อุโมงค์กว้างพิเศษ 85 ซม. รองรับอุปกรณ์จัดท่า (Breast boards, Wing boards) และคนไข้ที่มีรูปร่างใหญ่ได้อย่างดีเยี่ยม
  • Large Scan Field-of-View (60 cm): ให้ภาพที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่าเครื่อง CT ทั่วไป ช่วยให้เห็นโครงสร้างร่างกายคนไข้ได้ครบถ้วนในท่าตรวจที่ซับซ้อน
  • 4D CT / Respiratory Gating: เทคโนโลยีจับภาพตามจังหวะการหายใจ ช่วยลดภาพเบลอจากอวัยวะที่เคลื่อนที่ (เช่น ปอด, ตับ) เพิ่มความแม่นยำในการระบุพิกัดก้อนเนื้อ
  • O-MAR (Metal Artifact Reduction): ซอฟต์แวร์ลดสัญญาณรบกวนจากโลหะ (เช่น ข้อสะโพกเทียม) ช่วยให้ภาพวินิจฉัยใสเคลียร์และคำนวณโดสรังสีได้แม่นยำ
  • iDose⁴: เทคโนโลยีการสร้างภาพอัจฉริยะที่ช่วยลดปริมาณรังสี (Dose) แต่ยังคงคุณภาพภาพที่ยอดเยี่ยมตามมาตรฐาน Philips

วิสัยทัศน์ที่กว้างกว่า เพื่อการรักษาที่ตรงจุด

Features
จำนวน Slice 16 Slices per rotation
ขนาดอุโมงค์ (Bore Size) 85 cm (Industry Leading)
พื้นที่การสแกน (True Scan FOV) 60 cm
ความละเอียดภาพ 0.625 mm (Isotropic resolution)
หลอดเอกซเรย์ (X-ray Tube) MRC Ice Tube (ความจุความร้อนสูง ระบายความร้อนดีเยี่ยม)
ซอฟต์แวร์พิเศษ4D CT, O-MAR, iDose⁴, Pulmonary Toolkit
ความเร็วในการหมุน0.5 วินาทีต่อรอบ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. ประสิทธิภาพและเทคนิค (Technical Performance)

Q: ทำไมอุโมงค์ขนาด 85 ซม. ถึงจำเป็นสำหรับเครื่อง CT Simulator?

A: เพราะในงานรังสีรักษา เราต้องจัดท่าคนไข้ให้อยู่ในท่าเดียวกับตอนฉายรังสีจริงครับ ซึ่งมักต้องใช้บอร์ดรองแขนหรือหน้ากากล็อคตัวที่กว้างกว่าตัวคนไข้ อุโมงค์มาตรฐาน 70 ซม. จึงไม่เพียงพอ แต่รุ่น Big Bore 85 ซม. ช่วยให้จัดท่าได้อย่างอิสระโดยที่อุปกรณ์ไม่ชนขอบอุโมงค์ครับ

Q: เทคโนโลยี 4D CT ใน Philips Big Bore ช่วยเรื่องอะไร?

A: ช่วยจัดการเรื่อง "การเคลื่อนที่ตามจังหวะการหายใจ" ครับ เช่น มะเร็งปอดก้อนเนื้อจะขยับขึ้นลงตามการหายใจ ระบบ 4D จะเก็บข้อมูลเป็นชุดวิดีโอ ช่วยให้แพทย์กำหนดขอบเขตการฉายแสงที่ครอบคลุมก้อนเนื้อในทุกช่วงการหายใจครับ

____________________________________________

2. การใช้งานทางคลินิก (Clinical Applications)

Q: Philips Brilliance Big Bore เหมาะกับงานแผนกใดมากที่สุด?

A: โดดเด่นที่สุดในแผนก รังสีรักษา (Radiation Oncology) เพื่อใช้ทำ CT Simulation นอกจากนี้ยังใช้งานในแผนก ฉุกเฉิน (Trauma) ได้ดีมากเพราะอุโมงค์ที่กว้างช่วยให้สแกนคนไข้พร้อมอุปกรณ์กู้ชีพหรือเฝือกขนาดใหญ่ได้ง่ายครับ

Q: ระบบ O-MAR ช่วยแพทย์รังสีรักษาได้อย่างไร?

A: ช่วยลดเงาดำหรือแสงฟุ้งที่เกิดจากโลหะในตัวคนไข้ครับ ซึ่งเงานี้มักทำให้การคำนวณการกระจายของรังสีผิดพลาด ระบบ O-MAR จะช่วยให้ภาพชัดขึ้น ทำให้การวางแผนรักษา (Treatment Planning) ปลอดภัยและแม่นยำขึ้นครับ

____________________________________________

3. การบำรุงรักษาและความคุ้มค่า (Maintenance & Value)

Q: ในแง่การลงทุน ทำไมรุ่น Big Bore ถึงถือเป็นรุ่นที่คุ้มค่าในระยะยาว?

A: เพราะหลอดเอกซเรย์ตระกูล MRC ของ Philips ขึ้นชื่อเรื่องความถึกทนและระบายความร้อนไวครับ ทำให้รองรับเคสหนักๆ ได้ต่อเนื่อง Downtime ต่ำ และเครื่องรุ่นนี้เป็นมาตรฐานทองคำที่โรงพยาบาลส่วนใหญ่ยอมรับ ทำให้หาอะไหล่และวิศวกรดูแลได้ง่ายครับ

Q: การดูแลรักษาเบื้องต้นที่สำคัญคืออะไร?

A: คือการดูแลความสะอาดในส่วนของ Gantry และเช็คระบบ Laser Positioning (เลเซอร์จัดท่า) ให้ตรงเป๊ะเสมอครับ ทีมวิศวกรของ Thai Medicals Trading มีบริการ Calibration ระบบเลเซอร์และทำ PM ประจำปีเพื่อให้เครื่อง Simulator ของคุณแม่นยำที่สุดครับ

____________________________________________

สำหรับศูนย์รังสีที่ต้องการความละเอียดภาพระดับ High Definition พร้อมเทคโนโลยี Gemstone Detector แนะนำให้เปรียบเทียบกับรุ่น GE Discovery 750HD