
สินค้าของเรา
เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ชนิดความเร็วสูง ยี่ห้อ Philips รุ่น Brilliance CT 64 slice
Philips Brilliance CT 64 Slice: นิยามของความแม่นยำและความคุ้มค่า
ในระบบเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ระดับโลก
ในงานรังสีวินิจฉัยที่ต้องการความรวดเร็วและรายละเอียดระดับมิลลิเมตร Philips Brilliance CT 64 Slice คือโซลูชันที่โรงพยาบาลชั้นนำไว้วางใจ ด้วยเทคโนโลยีการรับสัญญาณภาพ 64 แถวตรวจจับ (Detector) ช่วยให้การสแกนอวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจ ปอด และช่องท้อง ทำได้อย่างรวดเร็วในระยะเวลาการกลั้นหายใจเพียงครั้งเดียว มอบภาพวินิจฉัย 3 มิติที่คมชัดและแม่นยำสูงสุดภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล
- Essence Technology: ระบบประมวลผลสัญญาณภาพอัจฉริยะที่ช่วยลดสัญญาณรบกวน (Noise) และเพิ่มความคมชัดของภาพได้แม้ในสภาวะใช้ปริมาณรังสีต่ำ
- MRC X-ray Tube: หลอดเอกซเรย์ลิขสิทธิ์เฉพาะของ Philips ที่ขึ้นชื่อเรื่องการระบายความร้อนที่รวดเร็ว (High Heat Capacity) รองรับการสแกนต่อเนื่องจำนวนมากโดยไม่ต้องหยุดพัก
- iDose⁴: เทคโนโลยีการสร้างภาพแบบ Iterative Reconstruction ที่ช่วยลดปริมาณรังสี (Radiation Dose) ได้สูงสุดถึง 50-80% แต่ยังคงคุณภาพภาพวินิจฉัยที่ดีเยี่ยม
- DoseWise: ระบบบริหารจัดการรังสีอัจฉริยะที่คำนวณปริมาณรังสีให้เหมาะสมกับขนาดตัวคนไข้แต่ละรายโดยอัตโนมัติ
- Brilliance Workspace: อินเทอร์เฟซการทำงานที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ช่วยให้รังสีเทคนิคจัดการ Workflow ได้รวดเร็วและลดข้อผิดพลาด
ยกระดับการวินิจฉัยด้วยความเร็วและรายละเอียดที่เหนือชั้น
Features
| จำนวน Slice | 64 Slices per rotation |
| ความเร็วในการหมุน (Rotation Time) | 0.4 วินาที (หรือสูงสุดตาม Option) |
| เทคโนโลยีลดรังสี | iDose⁴ และ DoseWise |
| ความสามารถในการระบายความร้อน | 8.0 MHU (MRC X-ray Tube) |
| การเชื่อมต่อ | DICOM 3.0 เต็มรูปแบบ |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. ประสิทธิภาพและเทคนิค (Technical Performance)
Q: ทำไมหลอดเอกซเรย์ MRC ของ Philips ถึงได้รับการยอมรับว่าทนทานกว่าทั่วไป?
A: หลอด MRC ถูกออกแบบมาให้ระบายความร้อนได้เร็วกว่าหลอดทั่วไปมหาศาลครับ ทำให้เครื่องสามารถสแกนเคสใหญ่ๆ เช่น CT Angiogram ต่อเนื่องกันได้โดยไม่ต้องรอเครื่อง Cool-down ช่วยให้โรงพยาบาลบริหารจัดการคิวตรวจได้อย่างลื่นไหลครับ
Q: เทคโนโลยี iDose⁴ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพภาพได้อย่างไร?
A: iDose⁴ จะทำการคำนวณภาพซ้ำ (Iterative) เพื่อกำจัดจุดรบกวนที่เกิดขึ้นในภาพครับ ผลที่ได้คือภาพที่ใสเคลียร์ขึ้นมากแม้จะใช้พลังงานต่ำ ทำให้แพทย์เห็นรอยโรคขนาดเล็กได้ชัดเจนยิ่งขึ้นครับ
____________________________________________
2. การใช้งานทางคลินิก (Clinical Applications)
Q: Philips Brilliance 64 Slice เหมาะกับการตรวจประเภทใดมากที่สุด?
A: เป็นเครื่อง Multi-specialty ที่เก่งรอบด้าน:
- Cardiac CT: ตรวจหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Artery) ได้อย่างดีเยี่ยม
- Trauma: ตรวจคนไข้อุบัติเหตุทั่วตัว (Whole Body) ได้ในเวลาไม่กี่วินาที
- Neurology: ตรวจสมองเพื่อหาภาวะหลอดเลือดตีบหรือแตก
- Oncology: ตรวจคัดกรองและติดตามขนาดก้อนเนื้อในปอดและช่องท้อง
Q: ความเร็ว 64 สไลด์เพียงพอสำหรับงานตรวจหัวใจ (Cardiac) หรือไม่?
A: เพียงพอและเป็นมาตรฐานสำหรับการคัดกรองเบื้องต้นครับ ด้วยความเร็วหมุน 0.4 วินาที ช่วยให้ได้ภาพหัวใจที่นิ่งและชัดเจนในระยะเวลาที่สั้นมากครับ
____________________________________________
3. การบำรุงรักษาและความคุ้มค่า (Maintenance & Value)
Q: ทำไมเครื่องรุ่นนี้ถึงถือเป็น "เจ้าแห่งความคุ้มค่า" ในระยะยาว?
A: เพราะจุดแข็งเรื่อง "หลอดเอกซเรย์" ครับ การที่หลอดทนทานและระบายความร้อนดี ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนหลอดต่ำกว่าเครื่องรุ่นอื่นในระดับเดียวกัน คืนทุนไว และมีค่าบำรุงรักษาต่อเคสที่ต่ำครับ
Q: การบำรุงรักษาที่ควรทำเป็นประจำคืออะไร?
A: การเช็คระบบทำความเย็น (Cooling System) และการ Calibration ความแม่นยำของ Detector ครับ ทีมวิศวกรของ Thai Medicals Trading มีบริการ PM รายปีและอะไหล่สำรองเพื่อให้เครื่องของคุณมี Downtime น้อยที่สุดครับ
____________________________________________
สำหรับศูนย์รังสีที่เน้นความคุ้มค่าสูงสุดในมาตรฐานญี่ปุ่น แนะนำให้เปรียบเทียบกับรุ่นยอดนิยมอย่าง Canon Xario 100 ในกลุ่มอัลตร้าซาวด์
